Tub boat beggar in Tonlé Sap

Not selected for Google Earth or Google Maps [?]

Comments (13)

rachun alf on April 4, 2011

ว้าว เค้าใช้อะไรลอยอะครับ ยังมีแบบนี้ให้เห็นอีก

Chalermkiat Khunthon… on April 4, 2011

เหมือนกะละมังซักผ้าขนาดใหญ่ครับ เรือท่องเที่ยวไปถึงไหน เด็กพวกนี้ตามไปถึงนั่นครับ พวกนี้ไม่ใช่เขมร แต่เป็นญวน

rachun alf on April 4, 2011

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ƤōƝƓ on April 8, 2011

คนเขมรน่าสงสารมากครับ พ่อผมไปเที่ยวกลับมา ถ่ายรูปเด็กเขมรที่ขึ้นเรือมาด้วยเพื่อเอาสร้อยข้อมือมาขาย นัยตาแฝงด้วยความเศร้า นักท่องเที่ยวไทยก็ช่วยกันซื้อด้วยความสงสาร ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่เวทนา

Chalermkiat Khunthon… on April 9, 2011

คนเขมรที่ว่าน่าสงสารคุณพงษ์รวมถึงฮุนเซน ฮุนมาเนต และ ฮอนำฮง ด้วยหรือเปล่าครับ?

ƤōƝƓ on April 9, 2011

ฮอนำฮงคงไม่น่าสงสารหรอกครับ ผมว่าเขาทำตามหน้าที่นะ

แต่ตระกูลฮุน(เขมร) ไม่ค่อยเท่าไร ส่วนใหญ่ผลประโยชน์จากการลงทุนต่างชาติ ท่องเที่ยวก็คงไม่ได้ตกถึงคนเขมรเท่าไร ถึงมีแต่ภาพความน่าสงสารไปทั่ว

ƤōƝƓ on April 9, 2011

จริงๆผมไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรกับฮุนเซนอีกแล้ว เพราะถ้าผมเป็นคนเขมรก็คงต้องให้เครดิตที่สามารถเดินเกมรุกไทย ซึ่งมีแสนยานุภาพใหญ่กว่าได้

ผมให้ความสนใจรัฐบาลมากกว่าครับ ว่าจะวางเกมรุกอะไรยังไงต่อไป คือถ้าปล่อยเขาเปิดเกมก่อน แล้วไทยต้องไปคอยเดินตาม แก้เกมบ่อยๆแบบนี้ก็มีแต่เสียเปรียบ

นอกจากนี้ก็เป็นการเมืองภายในไทยเอง ที่มีแต่ความวุ่นวาย ฝ่ายนึงก็คลั่งชาติ อีกฝ่ายก็เข้าข้างเขมรไปเลยแบบออกหน้าออกตา ถ้าฝ่ายหลังมีอำนาจขึ้นมา เขมรย่อมยิ่งรุกหนักกว่าเดิมอย่างง่ายได้ เพื่อสุมไฟให้คนไทยทะเลาะกันเองมากกว่าเดิมแน่นอน

Chalermkiat Khunthon… on April 9, 2011

คงต้องปฏิรูปวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกันใหม่ในมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะต้องเอานักการเมือง นักกวนเมืองมาเข้าคอร์สพิเศษด้วย จะได้ตระหนักให้มากขึ้นว่าควรจะเล่นอะไร อย่างไร แค่ไหน นี่คิดอย่างเดียว "ถ้ากูไม่ได้ก็ให้ฉิบหายกันให้หมด" แย่จัง

ƤōƝƓ on April 11, 2011

อาจารย์ได้ติดตามข่าวการชุมนุมเมื่อวานหรือเปล่าครับ

ถ้าได้อ่านเนื้อความการปราศัยแล้วจะแบบว่า พุ่งปรี๊ดดด แบบว่าทำไมมันโกหก แหล ใส่ร้ายกันได้หน้าด้านๆขนาดนี้ ใครเป็นโรคความดันนี่ผมไม่แนะนำให้ฟังเลย

คางคกพยายามเน้นคำในทำนองว่า ทหารของ...ฆ่าประชาชน/ไพร่อย่างพวกเรา ตลอดเวลา นี่แสดงเจตนาชัดเจนว่าพวกนี้ต้องการอะไรให้เกิดขึ้นในบ้านในเมือง เพื่อสร้างความเคียดแค้น เติมไฟ หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้เกิดขึ้นบรรดากลุ่มสาวก เพื่อรอไว้ปฏิบัติการในภายหน้าอีก หากอำนาจไม่ได้เทลงมาที่พวกเขาหลังการเลือกตั้ง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ

เอาหละ สมมติว่าผมถอยออกมาก้าวหนึ่ง โดยไม่เข้าข้างฝ่ายไหน ผมก็ยังเห็นว่าความวุ่นวายกำลังรอประเทศนี้อยู่อยู่ดี

ก็ไม่รู้ว่าท่านรูปหล่อ กองทัพยังคงคิดว่า การจะเผยแพร่ขอมูลแหลๆ กล่าวร้ายใครก็ได้ตามใจชอบ พลิกดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ โดยประชาชนใช้วิจารณญาณเอาเอง คือสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยอยู่อีกหรือเปล่า?

ผมว่านี่คือกระจกสะท้อนสังคมไทยอีกบานหนึ่ง สะท้อนว่า คนส่วนใหญ่ต้องการอยู่กันแบบไร้ขื่อแป เงินเป็นใหญ่ ความถูกต้องไม่สำคัญ ใครจะตายไม่รู้ ขอให้กูรวยก็พอ กูไม่ได้-พวกมึงต้องฉิบหายให้หมด และคนคิดแบบนี้ก็มีมากขึ้น โพลล์ที่ทำมาหลังๆก็สะท้อนทัศนคติแบบนี้โดยตลอด

คนหูเบา(ไม่ใช่เฉพาะเรื่องถูกยุไปชุมนุมเท่านั้น ถูกต้มตุ๋นในเรื่องอื่นๆด้วย) มัวแต่ทำงานไปวันๆ บ้าแต่บอลอังกฤษ เกมโชว ละคร ไม่สนเดือนสนตะวัน มักง่าย ใช้เงินเกินตัว(ขอให้กูได้เงินก่อน เรื่องดอกว่ากันทีหลัง) มีจำนวนมากขึ้น เพื่อนผมเองคนนึงเป็นแบบนี้ ครบสูตร ผมถอยห่างทันที มันเป็นอาการของความเสื่อม

ผมยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่า ในอนาคตสงครามกลางเมืองจะไม่เกิดขึ้นระหว่างคนไทยนะครับ แต่ก่อนผมเคยดูถูกคนเขมร แต่ทัศนคติเปลี่ยนไปแล้ว

Chalermkiat Khunthon… on April 11, 2011

ถ้าสังคมไทยในภาพรวมสนใจประวัติศาสตร์ของตนเองและของชาติอื่น ไม่ไปเน้นเรียนวิชาที่หาทางเอาเปรียบคนอื่น ผมมีความเชื่อว่าวัฏจักรแบบนี้จะเกิดขึ้นในสังคมไทยครับ ถ้าจะสร้างสังคมต้องสร้างอุดมการณ์ของชาติที่พึงประสงค์ของคนทั้งประเทศเสียก่อน แล้วสร้างหลักสูตรหล่อหลอมคนให้ไปในทางนั้น หลักสูตรการเรียนของไทยต้องทำใหม่ทุก 5 ปี(อุดมศึกษา)เลียนแบบออสเตรเลีย คนที่ยกร่างสร้างก็ไม่ใช้เชี่ยวชาญอะไร แต่คืออาจารย์สัญญาจ้าง(รายปี)กับพนักงานมหาวิทยาลัยสายผู้สอน(ที่มีความคิดติดลบกับข้าราชการเพียงเพราะแค่สถานภาพต่างกันและไม่ได้สวมเครื่องแบบที่เหมือนกัน) ซึ่งมีอายุทำงานเพียง 4-5 ปี ถ้ามีประสบการณ์จากที่อื่นมาบ้างแล้วก็คงไม่ว่ากันหรอกครับ เพราะในหลายเรื่องพบว่า วิสัยทัศน์มันมาจากประสบการณ์และการหล่อหลอม สภามหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่อนุมัติหลักสูตร อนุมัติปริญญาก็อ่อนแอ เข้ามาหาผลประโยชน์เป็นหลัก หนำซ้ำถูกครอบงำความคิดโดยผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่คร่ำหวอดกว่า

ที่จริงสังคมไทยไม่จำเป็นต้องมีบทเรียนจากประสบการณ์ตรงอันน่าเจ็บปวดอย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม แต่ใช้บทเรียนของคนอื่นมามองตัวเอง

ภูฏานมองเห็นไทยเป็นแบบอย่าง แต่บางเรื่องเขาไม่เอาเราเป็นเยี่ยงอย่าง

โน่นแหละครับ เกือบสิ้นชาติคงจะได้สำนึกกัน ถึงตอนนั้นคำว่าสายอาจจะไม่มีโอกาสได้พูดเพราะผลประโยชน์ส่วนตนที่เข้ามาบังตาจนมองอะไรไม่เห็นอีก ไอ้สามเกลอหัวเกรียนถึงจะเป็นคนใต้แต่ผมไม่เอากับมันเลย โดยเฉพาะเกรียนนครฯ แม้แต่ครูวิชาภาษาไทยที่สอนมันมายังบอกว่าเสียใจที่ทำให้มันประสบความสำเร็จในเวทีพูดเก่งตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมและมาก่อกรรมทำเข็ญให้ประเทศได้ถึงขนาดนี้

ƤōƝƓ on April 12, 2011

มิน่า ยิ่งปฏิรูปการศึกษา แต่ทำไมคนยุคใหม่ที่เป็นผลิตผลจากการปฏิรูป แค่ภาษาไทยง่ายๆยังใช้ผิดกันเพียบหว่า

rachun alf on April 12, 2011

ใช่ๆ ภาษาวิบัตนี่มันเริ่มมาอย่างไงครับ

Chalermkiat Khunthon… on April 13, 2011

หัวเกรียนจากนครฯ เคยถามครูของมันว่า "ในชีวิตของอาจารย์เคยได้จับเงินร้อยล้านบาทแล้วยัง" ตัวมันน่ะได้จับมาแล้ว แต่ที่ได้จับก็น่าจะเป็นเงินร้อนของผู้ลี้ภัยที่อยู่ต่างแดนมากกว่า น่าจะไม่มีปัญญาหามาเองอย่างสุจริตหรอก

ส่วนหัวเกรียนจากพัทลุงเคยติดคุกเพราะปากพาไป แล้วป๋าก็ไม่ช่วยจึงโกรธป๋าจนทุกวันนี้

ส่วนหัวเกรียนจากเมืองคนดีพูดแต่ละทีจะมีแต่คนอยากอาเจียนและความดันขึ้น ก็ยังไม่กล้ากลับบ้านของตัวเองเลยครับ

สส.เมืองเพชรฯ ท่านหนึ่งที่เคยมีปากเสียงกับจตุพรในสภาและถูกจตุพรกล่าวหาว่าเป็นอดีต สจ.ร้อยศพ คุณพงษ์คงจำได้ที่ท่านตอบคุณจตุพรทำนองว่า "คุณจตุพรโกหกอีกแล้ว เพราะผมต้องได้อีกสามศพจึงจะครบร้อยจริงๆ" จำนวนที่เหลืออีกสามหน่วยของ สส.เมืองเพชรฯ ผมคงไม่ต้องบอกนะครับว่าจะเป็นใครมาจากไหน

Sign up to comment. Sign in if you already did it.

Photo details

  • Uploaded on April 4, 2011
  • Attribution-Noncommercial-Share Alike
    by Chalermkiat Khunthon…
    • Camera: SONY DSC-W7
    • Taken on 2006/05/09 16:05:22
    • Exposure: 0.005s (1/200)
    • Focal Length: 23.70mm
    • F/Stop: f/5.200
    • ISO Speed: ISO100
    • Exposure Bias: 0.00 EV
    • No flash

Groups