หอพระอิศวรและเสาชิงข้า

Selected for Google Maps and Google Earth

Comments (11)

Chalermkiat Khunthon… on May 21, 2011

ที่เห็นคือร่องรอยและอิทธิพลของพราหมณ์ก่อนการเข้ามาของพุทธมหายานในอาณาจักรตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นใหม่บนพื้นที่เดิมโดยใช้กระบวนทัศน์ของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาแบบไทยๆ ในปัจจุบันอย่างแน่นอน ส่วนเสาชิงช้าก็สร้างเลียนแบบย่อส่วนมาจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่กรุงเทพฯ

rachun alf on May 21, 2011

ศาสนาพราหมณ์ยังคงฝังรากอยู่ในไทยเยอะนะครับ

Chalermkiat Khunthon… on May 21, 2011

เข้าไปถึงราชสำนักเลยครับ จนไม่แน่ใจที่เขาว่า King เป็นพุทธมามกะนั้นที่จริงแล้วใช่หรือเปล่า เพราะมีลัทธิธรรมเนียมพราหมณ์เข้ามาปะปนมาก ดูๆ จะเป็นการนับถือแบบผสมผสานไปเสียแล้ว

rachun alf on May 21, 2011

ก็จริงๆนะครับ หลายๆอย่างในไทยก็ผสมผสาน

ƤōƝƓ-not going to Vi… on May 21, 2011

เยี่ยมครับ Golden ☆ + LIKEd

เมื่อวานนั่งดูช่อง CTN1 ของกัมพูชา มีโฆษณาว่า จะมีการถ่ายทอดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แล้วเขาพูดประมาณว่า "เพรีย-ราช-ผิที้-จะรด-เพรีย-นังคัล" ล.ลิง ออกเสียง L คล้ายๆคำว่า ภูมิซรอล ประมาณนั้น แล้วการแต่งกายในพิธีเขมรกับพิธีไทยเหมือนกันทุกอย่าง

ผมเคยอ่านเอกสารของลาว ยุคก่อนถูกปฏิวัติ ตอนที่ลาวยังนับถือเจ้ามหาชีวิตอยู่ ก็มีการใช้คำราชาศัพท์ และเขียนด้วยภาษาลาวยุคเก่าก่อนถูก "ปะติลูบ" เช่น พระราซทาน พระราซพิที อ่านออกประมาณ 90%

ผมว่า อิทธิพลเขมรแรงมากๆต่อคนในแถบนี้

WcPonG on May 21, 2011

ผมว่าเด็กรุ่นใหม่บางคนยังแยกไม่ออกเลยครับ อันไหนเป็นพิธีแบบพุทธจริงๆ หรือแบบพราหมณ์ หรืออาจจะคิดว่า เป็นพุทธทั้งหมดด้วยซ้ำไปครับ

Chalermkiat Khunthon… on May 22, 2011

นอกจากแยกไม่ออกแล้ว ยังพบว่าแทบไม่มีใครตั้งคำถามว่าคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดยังไงจึงรับวัฒนธรรมอินเดียมาเข้าแทนที่หรือผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม เพราะสังคมของเราคงไม่ยอมรับกับสิ่งแปลกปลอมนี้แน่นอนถ้ามันไม่มีประโยชน์ และกว่าที่ของใหม่จะยอมรับได้อย่างกว้างขวางคงมีความขัดแย้งเกิดขึ้นไม่น้อย ที่สำคัญก็คือคนสมัยนั้นเขาคลี่คลายความขัดแย้งด้วยกระบวนการใดและสืบทอดกันวัฒนธรรมกันมาอย่างไร เวลาที่ผมสอนนักศึกษาผมมักเริ่มด้วยการตั้งคำถามแบบนี้ แล้วให้นักศึกษาช่วยกันคิดอภิปราย แต่ยอมรับว่าวิธีนี้ทำได้ยากมากถ้าหากผู้เรียนพกพาสมองที่โล่งเปล่ามาเรียนซึ่งเป็นธรรมชาติโดยรวมของเด็กที่แพ้คัดออกจากมหาวิทยาลัยดังๆ ในความเป็นจริงสมองของคนไม่ต่างกันนักแต่มันต่างที่กระบวนการคิดซึ่งที่จริงไม่ต้องใช้อะไรมากมาย แค่โยนิโสมนสิการที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นสูตรคิดก็เพียงพอแล้วครับ

ƤōƝƓ-not going to Vi… on May 23, 2011

ผมคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องของการที่เขมรและมอญอยู่ตรงแถบนี้มาก่อน ลงหลักปักฐานได้ก่อน มีอารยธรรมขึ้นมาก่อน รับอิทธิพลจากอินเดีย ก็เลยสามารถสรรค์สร้างศิลปวิทยาการที่ก้าวหน้าขึ้นมาได้ก่อนอะครับ ต้องยอมรับว่า 2 ชนชาตินี้เขาเป็น "แม่สี" ของย่านนี้มาก่อนอะครับ

ก็เหมือนกัน จีนเจริญก้าวหน้าทางการเกษตรได้ก่อนใครในเอเชีย ปลูกข้าวเป็นตั้งแต่หมื่นปีที่แล้ว แล้วก็ปักหลัก ตั้งถิ่นฐานรอบๆลุ่มแม่น้ำแยงซีกับฮวงโหจนกลายเป็นชุมชนเมือง ค่อยๆพัฒนาจนเป็นแบบแผนขึ้นมา พัฒนาศิลปวิทยาการ เสร็จแล้วชาติที่มาหลังๆ ที่เคยเป็นชนเผ่า หรืออยู่เกาะ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ทิเบต มองโกล ก็รับอิทธิพลไป แล้วคงมีบางส่วนที่ถูกกลืนกลายเป็นจีนฮั่นไปบ้าง เช่น แมนจู หรือพวกเวียดกลายเป็นกวางตุ้ง ส่วนเวียดใต้(เวียดนาม)ก็อพยพลงมาตอนใต้มาครอบครองดินแดนของพวกจามกับเขมรที่เสื่อมไปก่อนหน้านี้แล้ว

พวกฝรั่งยุโรปเวลานี้ก็เป็นชนเผ่าอนารยชนมาก่อน บุกตีโรมันซึ่งถึงจุดเสื่อมไปก่อนหน้านี้แล้ว จนโรมันล่มสลาย เสร็จแล้วก็ได้รับอิิทธิพลโรมันกลับไปเต็มๆ ทุกวันนี้ภาษาฝรั่งนี่ก็ละตินเต็มๆ สถาปัตยกรรม เทคโนโลยี ก็พัฒนาจากฐานของกรีกกับโรมันทั้งนั้น แล้วก็ไปทำสงครามแลกเปลี่ยนกับอาหรับ ได้รับความรู้จากพวกอาหรับ เปอร์เชียมาไม่น้อย จนกระทั่งมาค้นพบวิธีระเบียบวิธีวิจัยกับคิดค้นแบบใหม่ เลยก้าวไปก่อนใคร

ในสังคมไทย ผมเห็นมีคนไทยไปกล่าวดูถูก เสียดสีประเพณี สถาบัน ของทางเขมร แล้วผมก็ไม่สบายใจ เรื่องอธิปไตย การรบเพื่อรักษาดินแดน(ในแนวคิดรัฐชาติสมัยใหม่) ก็ต้องให้กำลังใจ สนับสนุนกันไป แต่เรื่องพวกนี้ต้องมีการปรับความเข้าใจคนไทยซะที

ญีุ่่ปุ่นก็รับวิทยาการจีนมาเต็มๆ ทั้งภาษาจีน ขงจื๊อ เจ้าแม่กวนอิม สถาปัตยกรรม(ปราสาทญี่ปุ่น ไปเอาศิลปะซ่งมาใส่เลย ไปดูที่หังโจวกับแต้จิ๋วจะชัดมาก) ชุดกิโมโน(แฟชั่นอินเทรนด์สมัยราชวงศ์ถังชัดๆ) ไม่เห็นญี่ปุ่นจะไปน้อยอกน้อยใจอะไร กลับพัฒนาตัวเองจนก้าวหน้ากว่าจีน ที่ตกต่ำลงไปเพราะการคอรับชั่น ทำลายตัวเองทางอ้อม กว่าจะรู้สึกอีกที ญี่ปุ่นก้าวไปไกลแล้ว

Nakhon224 Panoramio on May 23, 2011

ครูถ่ายภาพนี้สวยจังครับ

ผมต้องไปแก้ตัวที่นี่อีกแล้วสิ อิอิ

Chalermkiat Khunthon… on May 23, 2011

คุณพงศ์สนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาก วิเคราะห์ได้ชัดเจน


คุณนครฯ ถ้าไปถ่ายรูปตอนกลางคืนต้องเตรียมขาตั้งกล้องไปด้วยนะครับ แต่ที่นี่มีขาตั้งธรรมชาติให้ คือ แนวกำแพงหินเตี้ยๆ ที่อยู่รอบๆ อาคารนั่นแหละ แต่อาจจะลำบากนิดตรงที่ต้องประคองให้นิ่งตอนกระดกเงยกล้องขึ้นถ่าย สำหรับไฟส่องน่าจะตั้งให้เตี้ยกว่านี้

Nakhon224 Panoramio on May 23, 2011

ผมเคยไปถ่ายแล้วครับกลางคืน..ผมฝีมือห่วยมากครับ

เลยไม่กล้าลงครับ..

แต่จะไปแก้ตัวแน่ๆครับ..

Sign up to comment. Sign in if you already did it.

Photo taken in Nai Mueang, Mueang Nakhon Si Thammarat District, Nakhon Si Thammarat 80000, Thailand
Phra Isuan Hall

Photo details

  • Uploaded on May 20, 2011
  • Attribution-Noncommercial-Share Alike
    by Chalermkiat Khunthon…
    • Camera: SONY DSC-W7
    • Taken on 2011/05/20 21:34:18
    • Exposure: 0.500s (1/2)
    • Focal Length: 7.90mm
    • F/Stop: f/2.800
    • ISO Speed: ISO100
    • Exposure Bias: 0.00 EV
    • No flash

Groups