หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า Élection générale ontarienne de 2003 / Ontario General Election 2003 (Willowdale Riding)

Not selected for Google Earth or Google Maps [?]

Comments (15)

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 2, 2011

หีบบัตรสุดกระจอก ทำด้วยกระดาษลูกฟูก ไม่มีกุญแจล็อก

หลังจากปิดคูหาเวลา 2 ทุ่ม หัวหน้าหน่วยเลือกตั้งจะเอาสติ๊กเกอร์ขาวที่ได้มา มาแปะปิดที่ช่องหย่อนบัตร เสร็จแล้วให้เอากลับบ้าน พรุ่งนี้เช้าเอากลับมาใหม่! แล้วเปิดสติ๊กเกอร์ออก วันเลือกตั้งล่วงหน้ามีให้ 3 วัน

Chalermkiat Khunthon… on July 2, 2011

ผมคิดว่าที่เขาทำแบบง่ายๆ เพราะจิตสำนึกของเขาสูงมาก ถ้าเป็นเมืองไทยป่านนี้โกงกันสะบั้นหั่นแหลกไปแล้วครับ

ขอบคุณมากที่ชวนไปดู ผมจะได้เอาไปเป็นข้อมูลให้นักศึกษาได้ไปคิดพิจารณาว่า เหตุที่มันต่างจากเมืองไทยนั้นเป็นเพราะอะไร?

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 2, 2011

ใช่ครับอาจารย์ ผมอยากเล่าโดยละเอียดดังนี้

ผมได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ไปเคาะประตูตามบ้านและคอนโดเป็นร้อยๆหลังเป็นเวลา 5 วัน ก่อนทำหน้าที่เขาจะมีการซักซ้อมกึ่งอบรม และแจกคู่มือให้แต่ละคนในแต่ละตำแหน่งว่า ทุกคนมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง กฎหมายเลือกตั้ง ระบบระเบียบ หลังจากนั้นได้มาเป็นเสมียน(clerk)ที่หน่วยเลือกตั้ง คอยตรวจรายชื่อผู้ที่มาใช้สิทธิหย่อนบัตร และจำได้ว่าบางคนที่หลักฐานไม่ครบ ผมจะต้องเป็นคนอ่านคำสาบาน (oath) แล้วให้เขากล่าวตามว่าจะลงคะแนนด้วยความซื่อสัตย์ต่อประเทศและสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธของเขาด้วย

ความรู้สึกของผมคือ

  • การเลือกตั้งของแคนาดาไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น หรือเป็นงานมหกรรมอะไรแบบในเมืองไทย อัตราการออกมาใช้สิทธิต่ำมากๆๆ เพราะกกต.เขาไม่ถือเป็นสาระสำคัญว่าจะต้องมีคนออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ ซึ่งผมแปลกใจมาก ป้ายโฆษณาหาเสียงก็ทำเล็กกระจิ๊ด แทบมองไม่เห็นหน้าผู้สมัคร ปักตามสนามหญ้าหน้าบ้าน แล้วแต่ว่าบ้านไหนชอบพรรคไหน ดังนั้นเขาจึงไม่มีมหกรรม ไปเอาดารา นักร้อง บ้าๆบอๆ ซึ่งไม่ใช่สาระของประชาธิปไตย มาเชิญชวนคนไปเลือกตั้งบ้าระห่ำแบบในไทย

  • อาจเป็นเพราะว่าแต่ละพรรคนโยบายเขาแตกต่างชัดเจน เช่น ซ้าย-ขวา เสรีนิยม-อนุรักษ์นิยม แถมยังมีพรรคแนวภูมิภาคด้วย เช่น พรรคบล๊อกเคเบกวา (Bloc Québécois) ต่างจากไทยที่แต่ละพรรคชูนโยบายเหมือนกันหมดคือ จะแจกอะไร?

  • คนที่นี่มองการเลือกตั้งเป็นแค่พิธีกรรมขึ้นสู่อำนาจเท่านั้น ไม่ใช่การให้เขามาคุ้มกะลาหัวหรือมาเป็นนายเรา แต่ในไทย เราคิดว่าคนที่เราเลือกเข้าไปจะมาคุ้มกะลาหัวเรา เราจึงได้แต่มาเฟีย เจ้าพ่อ นักธุรกิจที่มีเงิน มีเส้นสายเข้าไปมีอำนาจ

  • ประชาธิปไตยของคนที่นี่ ส่วนสำคัญของมันคือ ความเข้าใจและจิตสำนึกในสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ มารยาท ....และอยู่ในกรอบเจตนารมย์ของกฎหมาย ... เพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมครับ และจิตสำนึกเริ่มที่บ้าน และปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก

  • ช่องโหว่ให้โกง มีทุกขั้นตอน แต่ก็ไม่มีการโกง

ทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งทางการ จะมีผู้สังเกตการณ์ที่เป็นตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆแวะเวียนมาดู เมื่อปิดหีบแล้วเอาหีบไปที่ศูนย์อำนวยการเขตเลือกตั้ง เพื่อเอาบัตรมานับคะแนน จะมีตัวแทนพรรคการเมืองมาเป็นสักขีพยานร่วมกัน เราอยู่ในห้องเล็กๆกัน 6 คนรวมผม รองหัวหน้าหน่วย ตัวแทนพรรคการเมือง คุยกันสบายๆ หัวเราะ แต่ก็เคร่งครัดในหน้าที่นะครับ เป็นอะไรที่ทุกคนไว้ใจกัน และทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ

สรุปว่า คนในสังคมจะต้องซื่อสัตย์ เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ ไม่หาทางซิกแซ็ก เอาเปรียบ มักง่าย เท่านั้นล่ะครับ ที่เขาเรียกว่า "หลักนิติธรรม" ตรงนี้ต่างหากคือ "แก่น" ของประชาธิปไตย

Chalermkiat Khunthon… on July 2, 2011

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีๆ ที่เปรียบเทียบความเหมือนความต่างที่ชัดเจนแบบนี้ระหว่างแคนาดากับไทย ถ้าผมขออนุญาตเอาไปบอกเล่าต่อให้นักศึกษาได้ทราบคงไม่เป็นไรนะครับ

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 2, 2011

ต้องขอบคุณอาจารย์อีกเหมือนกันที่ให้ความสนใจครับ ถึงมันจะเป็นส่วนน้อยนิด แต่ถ้ามีคนไทยกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งเห็นมุมมองตรงนี้ ให้มันค่อยๆแพร่ไปครับ

ปัจจุบันเราพึ่งพาสื่อมวลชนที่จะให้ความรู้ ปลูกจิตสำนึกที่ดี คนไทยไม่ได้เลย แต่ละครอบครัวก็มุ่งไปเรื่องเงินๆทองๆ ระบบโรงเรียนก็ไม่ได้สอนให้คนมีความละเอียดอ่อน ปลูกฝังแนวคิดเรื่องการเคารพสิทธิ แคร์ผู้อื่น ความเป็นคนตรง ไม่ศรีธนญชัย ฯลฯ

pat'lung on July 7, 2011

ประเทศที่คนมีวินัย มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีกฏเกณฑ์ออกมามากมายหรอกครับ

บางประเทศที่มีการแก้กฏเกณฑ์กันบ่อยๆ แก้แลัวแก้อีกและก็ยังบไม่ลงตัวซะที จนสุดท้ายไปไม่รอดก็ล้มกระดานกันซะทีนึง

แล้วก็มีการระดมกันออกมาสร้างกฏใหม่ แต่สุดท้ายทุกครั้งเหตุการณ์ก็ย้อนกลับไปเหมือนอีหรอบเดิมทุกๆครั้ง

ทำไมไม่เข้าใจว่า แท้จริงปัญหามันอยู่ที่คน ไม่ได้อยู่ที่กฏ ก็คนมันยอมรับกฏได้เฉพาะส่วนที่ตัวเองได้ประโยชน์ ส่วนที่ตัวเองเสียประโยชน์ก็บอกว่ากฏมันไม่ดี ต้องแก้

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 8, 2011

ประเทศที่คนมีวินัย มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีกฏเกณฑ์ออกมามากมายหรอกครับ

บางประเทศที่มีการแก้กฏเกณฑ์กันบ่อยๆ แก้แลัวแก้อีกและก็ยังบไม่ลงตัวซะที จนสุดท้ายไปไม่รอดก็ล้มกระดานกันซะทีนึง

ขอลอกเอามาย้ำว่าจริง และที่แคนาดาก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ ตัวอย่างเช่น เวลาเกิดความแห้งแล้งในแวนคูเวอร์ รัฐบาลท้องถิ่นบอกคำเดียวว่า ตอนนี้แล้ง น้ำในอ่างเก็บน้ำที่จะมาทำน้ำประปาอาจถึงจุดวิกฤติ ขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ แค่นั้นแหละ ทุกคนก็จะประหยัดน้ำ รดน้ำสนามหญ้าน้อยลง ล้างรถน้อยลง ทั้งๆที่น้ำประปาในแวนคูเวอร์ฟรีครับเพราะรวมอยู่ในภาษีโรงเรือนประจำปีเก็บสูงลิบลิ่ว(บ้านเนื้อที่ประมาณ 100 ตร.ว. ต้องเสียภาษีโรงเรือนปีละประมาณ 1 แสนบาท) และปกติบ้านไหนเอาสายยางมาเปิดน้ำทิ้งๆขว้าง ถือว่าไร้ยางอาย จะเจอคนทั้งละแวกร่วมกันคว่ำบาตร

รถไฟฟ้าที่นี่ไม่มีที่กั้น ขึ้นไปถึงสถานีได้เลย อันที่จริงจะขโมยขึ้นฟรีก็สบายๆ แต่ทุกคนก็ซื้อตั๋วเดือน(ซึ่งรวม เรือ รถไฟฟ้า รถเมล์ รถราง) แล้วก็จะมีคนมาสุ่มตรวจตั๋วบ้างกันคนขึ้นฟรี

สังคมแบบนี้เหลือเชื่อแต่ก็เป็นไปได้จริง

pat'lung on July 8, 2011

สังคมที่อุดมปัญญาแบบนี้แหละเป็นสังคมที่น่าอยู่ ผู้คนมีวินัย มีความรับผิดชอบสูง ความจริงก็เห็นนักการเมืองบ้านเราชอบจัดไปดูงานเมืองนอกกันบ่อยๆ ไม่รู้ไปเที่ยวหรือไปเพื่อดูตัวอย่างดีๆมาพัฒนาบ้านเมืองกันแน่

เรียนถามนิดนึง คุณพงษ์ได้ทำหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครหรืออย่างไรครับ แล้วที่นั่นเค้าให้คนต่างชาติมาทำหน้าที่แบบนี้ได้เหรอ?

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 8, 2011

ได้ตังสิครับ 555+ แต่ไม่เยอะรวมงานเดินตระเวนไปเคาะประตูตามบ้านอยู่ 2 วัน กับมานั่งเป็นเสมียนอีก 3 วัน นับคะแนนอีก 2 ชั่วโมง ก็สัก 800 เหรียญครับ แล้วต้องเอารายได้ไปรวมเพื่อคำนวณภ.ง.ด.ด้วย แต่ถึงให้ทำฟรีก็ยอมทำนะครับ สักครั้ง เพราะอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้ว

คนต่างชาติไม่มีสิทธิทำครับ ผมทำในฐานะคนประเทศเขา คนที่มาทำมี 2 พวกคือ คนแก่เกษียณแล้วกับนักศึกษา เพราะมีเวลา

Chalermkiat Khunthon… on July 8, 2011

คุณพงศ์ไปทำอิท่าไหนครับถึงได้เป็นคนของประเทศแคนาดา แล้วพอกลับมาอยู่เมืองไทยจะมีผลอะไรไหมครับ ตอนนี้ยังเป็นคนของแคนาดาอยู่อีกหรือเปล่า?

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 9, 2011

สวัสดีครับอาจารย์ Chalermkiat เพราะรู้ว่าคงจะอยู่ยาว เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ลองสมัครวีซ่าพลเมืองดูเล่นๆ ใช้เวลาประมาณปีนึงก็ได้ เรียนในราคาถูก ทำงานก็ไม่ต้องห่วงวีซ่าหมด ครบอีก 3 ปีก็สมัครเป็นซิติเซ่น ถึงจุดนี้จะไปอยู่ไหนก็ได้แล้ว จะกลับไปอีกก็ได้ กลับมาเพราะมาพบภายหลังว่าการพาพ่อแม่ไปอยู่ด้วยเยิ่นเย้อมาก เขาจงใจคัดแต่วัยฉกรรจ์กำลังทำงาน ถึงแม้อยากจะสร้างครอบครัวที่นั่น แต่ถ้าต้องทิ้งพ่อแม่ไว้เมืองไทยคงอยู่แบบไม่มีความสุขแน่นอน นอกจากนี้คนอายุยิ่งเยอะการปรับตัวกับสังคม-สิ่งแวดล้อมใหม่ไม่ง่ายเหมือนเด็ก

Chalermkiat Khunthon… on July 9, 2011

ก็นับว่าแคนาดาเป็นประเทศที่ให้โอกาสกับผู้คนในโลกนี้อย่างน่าเลื่อมใสนะครับ ไม่กีดกันเหมือนบางประเทศ ที่จริงประเทศนี้ความเจริญก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสหรัฐอเมริกาเลย แต่รู้สึกว่ารังสีมหาอำนาจโลกที่อยู่ติดกันทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ลืมนึกถึงประเทศแคนาดาไปอย่างไม่น่าเชื่อ คนไทยโดยทั่วไปจึงหายใจเข้าออกเป็นสหรัฐฯ ทั้งที่ขอวีซ่าเข้าประเทศนี้ลำบากยังกะจะขอไปท่องอวกาศก็ไม่ปาน

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 9, 2011

แคนาดาเคยคล้ายอังกฤษแต่หลังจากได้รับเอกราช ก็รับอิทธิพลอเมริกันเต็มๆ เป็นประเทศที่เงียบกว่า ย้ำว่าเงียบมากจริงๆ น่าจะเหมือนนิวซีแลนด์ที่อาจารย์เคยไปมา ยกตัวอย่าง วันๆเปิดดูทีวีประเทศนี้ก็ไม่ค่อยมีเรื่องอะไร การเมืองเงียบๆ อาชญากรรมกับอุบัติเหตุก็น้อย ดังนั้นข่าว บันเิทิงก็อเมริกันเต็มจอ แค่คนอเมริกันติดๆกันยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแคนาดาเลย คล้ายๆคนลาวกับเขมร รู้เรื่องเมืองไทยทุกอย่าง แต่คนไทยไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับลาวกับเขมร จำนวนและความหรูหราของย่านช้อปปิ้ง ผับ บาร์ สู้ไทยไม่ได้ทุกกรณี เพราะไทยไปตามอเมริกา ฮ่องกง ญี่ปุ่น แต่เรื่องห้องสมุดสาธารณะ สวนสาธารณะ สถานที่สันทนาการ สุดยอดครับ

วีซ่าอเมริกา ผมก็เพิ่งช่วยพ่อแม่กรอกแบบฟอร์มทางเน็ต จัดเอกสาร เกือบไม่ผ่าน ความรู้สึกเหมือนกำลังทำข้อสอบ อย่างเครียด กว่าจะเตรียมเสร็จทั้งหมดเกือบ 3 อาทิตย์ค่อยๆกรอกไป ยังต้องไปซื้อรหัสกับจ่ายค่าธรรมเนียมที่ไปรษณีย์ไทย มาจองคิวสัมภาษณ์ออนไลน์ใช้เวลาดึกๆนั่งเฝ้า 1 เดือนกว่า ได้คิวมาเพราะจังหวะจริงๆ ขอเผื่อไว้งั้น เพราะเขาว่าไม่ใช่มีเงินค่าธรรมเนียมพอ ใครใคร่ขอขอ ก็เพราะขั้นตอนก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ

pat'lung on July 9, 2011

รู้สึกว่าแคนาดาจะเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกใช่มั๊ยครับ? ผู้คนก็ยังเบาบางถ้าเทียบกับพื้นที่และทรัพยากรอันมหาศาล คนพงษ์คิดถูกแล้วครับ มีโอกาส-ทางเลือกที่ดีกว่าก็น่าสนใจ อยู่เมืองไทยบางทีก็เหมือนไร้อนาคตนะมองไปข้างหน้ายังไม่เห็นทางสว่างเลย แก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปวันๆ

ƤōƝƓ-undecided for n… on July 13, 2011

ในความเป็นจริงแล้วคนที่ไปอยู่ที่อื่น เวลาได้ยินว่าเมืองไทยเกิดวิกฤติไม่ว่าจะ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม พวกเขาก็ไม่ได้สบายใจคิดว่าตัวเองรอดแล้วเลยนะครับ ด้วยจิตสำนึกกับความหลังพวกเขายังเป็นห่วง เดือดเนื้อร้อนใจอยู่เสมอ

Sign up to comment. Sign in if you already did it.

WorldCanadaOntario

Photo taken in Cummer Park, 6000 Leslie Street, Toronto, ON M2H 1J9, Canada

Photo details

  • Uploaded on July 2, 2011
  • © All Rights Reserved
    by ƤōƝƓ-undecided for n…

Groups