ปราสาทบาปวน ប្រាសាទបាពួន Baphuon Temple (built in the 11th Century)

Selected for Google Maps and Google Earth

Comments (38)

« Previous12Next »
rachun alf on December 15, 2011

นั่นซิครับ แล้วทำไมศาสนาที่เกิดในทะเลทรายแต่กลับได้รับความนิยมละครับ ทั้งๆที่มันดูแล้วไม่น่าจะเข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ของต่างถิ่นได้

Chalermkiat Khunthon… on December 16, 2011

ตรงนี้ก็ยังบอกไม่ถูกครับว่ามีเหตุผลอะไรที่ชัดเจนซึ่งศาสนาจากทะเลทรายทั้ง 2 รายการ สามารถตอบโจทย์ปัญหาสังคมของผู้คนชุมชนอื่นให้ยอมรับสิ่งแปลกปลอมใหม่เข้าไปผสานกับความเชื่อเดิมของตัวเองได้ ทั้งๆ ที่ความจริงคือพวกโรมันสังหารศาสดาของคริสต์ เป็นไปได้ไหมครับว่า ประเด็นนี้เนื่องมาจากสังคมโรมันกวาดล้างชาวคริสต์และพวกอนารยชนรุนแรง ดังนั้นอะไรก็ตามที่ไม่ใช่โรมันจึงถูกหยิบยกขึ้นเป็นยุทธศาสตร์ของการรวมกลุ่มเพื่อต่อต้านโรมันอย่างที่เรียกว่า "Anybody but Roman" เพราะในยุคที่คริสต์ยึดครองยุโรปประมาณ 1,000 ปี พวกคริสต์ก็กำจัดทุกอย่างที่เป็นโรมันทำให้ยุโรปถูกคนรุ่นหลังในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการประจานว่าเป็นยุคมืด

หนึ่งพันปีนับว่านานพอที่จะทำให้อิทธิพลของคริสต์หยั่งลึกในสังคมยุโรป เมื่ออิสลามพยายามลุกลามเข้าไปในยุโรปยุคมืดพวกคริสต์จึงต่อต้านเข้มแข็งจนเป็นสงครามครูเสด เศษของความขัดแย้งนี้ยังคงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเพราะผลประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่ายต่างคุกคามซึ่งกันและกันเข้าอย่างจัง

ไม่รู้ว่าพอฟังได้ไหมครับ?

rachun alf on December 16, 2011

เข้าใจแล้วครับ รบกวนอาจารย์ช่วยขยายช่วงยุคมืดอีกหน่อยครับ

ƤōƝƓ-undecided for n… on December 16, 2011

ยุคมืดของยุโรป ก็คือยุคที่การค้นคว้าพัฒนาเทคโนโลยี ปรัชญา วิทยาศาสตร์ซึ่งเคยมีเมื่อครั้งโรมันรุ่งเรืองหยุดนิ่ง การแลกเปลี่ยนความรู้กับภายนอกก็มีน้อย ขณะที่คนจีนในยุคนั้นรุ่งเรืองมีความเป็นอยู่ดีกว่าฝรั่ง ในขณะฝรั่งหันไปให้ความสนใจแต่ศาสนา พิธีกรรม ร้ายแรงถึงขนาดมี "คริสตพาณิชย์" เช่น ทำชั่วเท่าไรไม่เป็นไร มีเงินก็ไปซื้อใบไถ่บาปจากโบสถ์ก็เป็นอันว่าล้างบาปได้แล้ว เชื่อว่าโลกแบน หรือเป็นโรคภัยก็ทำพิธีปัดเป่า

ยุคมืดสิ้นสุดลง เมื่อแคว้นเวนิซ(ตอนนั้นยังไม่มีอิตาลี่)เริ่มเป็นศูนย์กลางการค้าขายกับแขกอาหรับ เอเชีย แอฟริกา เกิดมีคนธรรมดาลุกขึ้นมาท้าทายความเชื่อของศาสนจักรกันมากขึ้น เช่น ลีโอนาโด ดาวินชี่ และอีกหลายคน คนที่ค้าขายมีเงินกลายเป็นเศรษฐีก็เอาเงินมาสปอนเซอร์นักคิด นักประดิษฐ์ที่แหกคอก นำเสนอวิธีคิด วิจัย หาความรู้แบบเป็นเหตุเป็นผลเป็นระบบ ที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ และแยกความเชื่อทางศาสนาออกจากการเมืองและวิทยาศาสตร์ วิธีคิดแบบนี้ก็ค่อยๆแพร่ออกไปทั่วยุโรป คนเปิดกว้างรับเอาเทคโนโลยีจากอาหรับ จีน เปอร์เซีย ไปพัฒนาต่อจนค้นพบทวีปอเมริกาและดินแดนใหม่ๆ ถือเป็นการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ หรือที่เรียกว่า "เรเนซอง" ในขณะที่จีนที่อยู่สมัยหมิงเริ่มเข้าสู่ความเสื่อม แมนจูก็เข้ามา แล้วหยุดพัฒนาวิจัยไปเลย มีแต่เสวยสุข ปิดประเทศ ไร้ระเบียบวินัย ไร้มารยาท จีนก็ล้าหลังฝรั่งนับแต่นั้นมา โลกตะวันออกก็พลอยถดถอยไปด้วย จนเสียท่าให้แก่ฝรั่งที่มาล่าเมืองขึ้นในที่สุด

อันนี้จำจากสมัยเรียนหนังสือประมาณนี้ อยากให้อาจารย์วิจารณ์ที่ผมรู้มาด้วยครับ

Chalermkiat Khunthon… on December 16, 2011

ชัดเจนแล้วครับที่คุณพงศ์ว่ามา และก็เป็นการถูกต้องเมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์จำเป็นอย่างยิ่งต้องดูบริบททั้งโลกเพราะมันเป็นกลไกที่กระทบถึงกันหมด แต่ข้อที่น่าสังเกตุก็คือวิธีคิดจากยุโรปค่อยๆ ครอบงำวิธีคิดแบบเดิมๆ ของเอเชียทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งปัจจุบันไม่ค่อยมีใครตระหนักว่าพื้นที่เดิมทางภูมิปัญญาของคนเองเหลืออีกสักมากน้อยเท่าไร

rachun alf on December 16, 2011

ที่อาจารย์ว่ายุโรปครอบนำ ถ้ามองในมุมผสมผสานละครับ

Chalermkiat Khunthon… on December 16, 2011

ยุคแห่งการเอาตัวรอดจากเจ้าอาณานิคมทำให้เอเชียต้องยอมรับความก้าวหน้าของเขาอย่างจำใจ (โดยเฉพาะชนชั้นปกครอง) มากกว่าการที่จะเป็นการผสมผสาน ถนนทุกสายมุ่งสู่ยุโรป คนไทยสมัยนั้นถ้ามีปัญญาไปเรียนต่างประเทศล้วนแต่มุ่งไปยุโรปทั้งนั้น หลังสงครามโลกครังที่ 2 ถนนหลายสายมุ่งหน้าสู่อเมริกาซึ่งเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลก แต่ถ้าเป็นปัจจุบันหากใช้คำว่าผสมผสานก็เป็นไปได้ครับคุณราชันย์ ปัจจุบันกำลังมีความพยายามมองจุดเด่นของเอเชียแทนวิธีคิดเดิม ถ้ายังไงคุณราชันย์ลองอ่านงานของ Edward Said เรื่อง "Orientalism" ดูนะครับ

ƤōƝƓ-undecided for n… on December 16, 2011

ผมคิดว่า ญี่ปุ่นคือตัวอย่างที่ดีที่สุดของเอเชียครับ คือเลือกแต่สิ่งดีๆ กะทิๆ วิธีคิด จากฝรั่งมาใช้ จนเวลานี้ล้ำหน้าฝรั่งหลายด้าน แล้วมีวิสัยทัศน์มองขาดว่า เยอรมนีคือตัวอย่างที่ควรทำตาม แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้เหนียวแน่น นอกนั้นหลงทางกันหมด เช่น จีน+เขมร(ทำลายวัฒนธรรมตัวเอง ฆ่าปัญญาชนทิ้ง) จีนแตกเป็นแผ่นดินใหญ่กับไต้หวัน จีนไม่ค่อยเหลือเอกลักษณ์อะไรดั้งเดิมเท่าไรแล้วครับ ถึงจะมีโบราณสถานมากมาย คนไต้หวันยังเป็นจีนมากกว่าซะอีก ไทย(รับแต่เปลือกฝรั่งมา แล้วไปตามอังกฤษ ฝรั่งเศส แทนที่จะตามเยอรมัน) พม่าถูกวางยาให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า เกาหลีพยายามสร้างเอกลักษณ์ทั้งๆที่ตัวเองไม่เคยมีเอกลักษณ์อะไรเลย ก๊อปจีนมาทั้งนั้น ตอนนี้ก็ก๊อปญี่ปุ่นกับฝรั่ง

แต่เราต้องยอมรับว่า วิธีคิดของฝรั่งทำให้เกิดความก้าวหน้า ชีวิตมีความสะดวกสบายขึ้น ทว่าจริงๆเอเชียก็คิดได้มาตั้งนานแล้ว ก็คืออินเดีย โดยเฉพาะอริยสัจ ๔ ในศาสนาพุทธ เป็นวิธีการวิเคราะห์ปัญหาเพื่อจะแก้ปัญหา แล้วก้าวหน้า แต่เอเชียดันไปให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณ(พิธีกรรม ไสย) มากกว่าความมีเหตุมีผล เลยล้าหลัง แต่เมื่อให้ความสำคัญกับวัตถุ เทคโนโลยีมากไป ก็เกิดปัญหาอีก คือ จิตใจคนอ่อนแอลง กลับไปคลุกฝุ่นคลุกดินไม่ได้แล้ว

rachun alf on December 16, 2011

ขอบพระคุณอาจารย์มากครับที่แนะนำ

ที่คุณพงษ์ว่า"รับแต่เปลือกฝรั่งมา แล้วไปตามอังกฤษ ฝรั่งเศส แทนที่จะตามเยอรมัน" เยอรมันดีกว่าอังกฤษ ฝรั่งเศสตรงไหนเหรอครับ

ƤōƝƓ-undecided for n… on December 16, 2011

คุณราชันย์ ถ้าติดตามวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปขณะนี้ จะเห็นได้ชัดครับ ผมขออธิบายอย่างนี้แล้วกัน

กำเนิดชาติเยอรมัน เริ่มมาจากการรวมพลังเผ่าเยอรมัน ด้วยความมีระบบระเบียบ วินัย และต่อสู้กับการครอบงำของฝรั่งเศสขึ้นมาได้ จำไม่ได้แล้วว่าคริสต์ศตวรรษไหน เยอรมนี สวิส ออสเตรีย เป็นคนเยอรมัน ระเบียบวินัยเป็นเลิศ ญี่ปุ่นเลียนแบบตรงนี้ไป

นวัตกรรมใหม่ๆ ที่คนทั่วไปนึกว่าอเมริกาคิด จริงๆแล้วมาจากเยอรมันทั้งนั้น เช่น การสร้างทางด่วน, มอเตอร์เวย์ แบบมี loop ramp เข้า-ออก ปืนใหญ่ รถถังที่ดีที่สุด เทคนิกการสร้างสะพานยักษ์ รถยนต์ที่ดีที่สุด อาวุธใหม่ๆ เช่น เครื่องบินจารกรรมไร้คนบังคับ(อเมริกาเรียกว่า โดรน แล้วถูกอิหร่านยิงตก จนอเมริกาหน้าแตก) นี่ก็เป็นแนวคิดจากเยอรมัน

ปธน.อเมริกัน แฟรงกลิ้น รูสเวลท์ กับนายกฯอังกฤษ วินสตั้น เชอร์ชิล ในขณะนั้นที่เราคนไทยถูกพวกอเมริกันล้างสมองให้ชื่นชมว่าเป็นรัฐบุรุษ เอาชนะนาซีได้ แท้ที่จริงพวกนี้คือพวกอาชญากรทั้งนั้น รูสเวลท์ครั้งหนึ่งถึงขนาดกล่าวว่า "กูจะถล่มพวกเยอรมันให้มันกลับไปสู่ยุคหิน" หรือเชอร์ชิลก็เคยคิดจะรุกรานรัสเซียหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เพิ่งจบ แต่โดนแม่ทัพตัวเองเบรกแผนการซะก่อน เพราะทหารย่อมประเมินตัวเองว่าบอบช้ำมาก แต่นักการเมืองอย่างเชอร์ชิลกลับยังบ้าไม่เลิก

หลังจากเยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 บรรดาอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย ฝรั่งเศส ต่างก็ส่งคนเข้าไป "ขโมย" เอกสาร เครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือที่เยอรมันทำไว้ เอากลับไปศึกษาเลียนแบบ

คิดดูสิครับ เยอรมันถูกบดขยี้เละเทะขนาดไหน แต่เวลานี้กลับยืนตระหง่านเหนือชาติยุโรปทุกชาติและอเมริกัน คนเยอรมันเป็นคนประหยัด อึด ไม่บ้าเล่นหุ้น เน้นการผลิต ต่างจากอเมริกันแบบหน้ามือกับหลังเท้า คือ ชอบการเก็งกำไร ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งอังกฤษก็ไปตาม เพราะเชื่อว่าเราเป็นญาติกัน มีความสัมพันธ์พิเศษ ไปไหนไปด้วย ลอนดอนและนิวยอร์กจะเป็น "มหาอำนาจทางการเงินของโลก" ร่วมกัน ....และเจ๊งในที่สุด

เวลานี้เขากำลังสงสัยว่า เยอรมันกำลังคิดการใหญ่เพื่อกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง เพราะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่และมีเทคโนโลยีล้ำหน้า ส่วนทางเอเชียก็มี จีน ซึ่งมาแรงมาก จะเห็นว่า เยอรมันไม่ได้ไปร่วมกับอเมริกา-อังกฤษถล่มอิรักและลิเบีย ในขณะที่อเมริกาด่าจีนทุกวันๆ มุ่งปิดล้อมจีน แต่เยอรมันไม่ไปร่วมด้วย และเยอรมันกับจีนเวลานี้บังเอิญว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันซะอีก

rachun alf on December 16, 2011

ถ้าผมจำไม่ผิดเยอรมันนี่ก็เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดในยุโรปของจีน ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาก็ราบรื่นตลอด

แล้วนี่ถ้าเกิดสงครามโลกครั้งที่สามขึ้นมา ถ้าฝั่งจีนมีอิหร่านกับเยอรมันด้วย ไอกันมันจะไหวเหรอครับเนี่ย การเงินทุกวันนี้ก็แน่ลงทุกวัน แล้วผมว่าคนเมริกานี่ขี้เกียจกว่าคนจีน คนอิหร่านอีกครับ

ƤōƝƓ-undecided for n… on December 16, 2011

เยอรมันคงไม่เข้ามายุ่งกับสงครามระหว่างอเมริกากับจีนหรอกครับ แต่มีผลประโยชน์ในเรื่องเศรษฐกิจร่วมกัน และจีนคงไม่หนุนอิหร่านตรงๆ เพราะจีนต้องการรักษาดุลความสัมพันธ์กับอิสราเอลและอาหรับ(ซึ่งเป็นศัตรูกับอิหร่าน และเป็นศัตรูกันเองอีก) แต่ลึกๆเชื่อว่าจีนคงอยากให้อเมริกาทำสงครามกับอิหร่านเร็วๆ จะได้เร่งให้อเมริกาพังทลายเร็วขึ้น คิดดูว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาอเมริกาใช้จ่ายเงินไปแล้ว 1 ล้านล้านดอลล์ เฉพาะในอิรัก! ทั้งๆที่อิรักอ่อนแอจากการถูกปิดล้อมคว่ำบาตรมาตลอด ยังไม่นับในอัฟกานิสถาน และยังไม่นับชีวิตทหารอเมริกันที่ตายไป พิการ คนอิรักตายไปอีก 100,000 คน เร็วๆนี้เครื่องบินจารกรรมแบบหลบเลี่ยงเรด้าร์(โดรน)ของอเมริกา ยังถูกอิหร่านสอยร่วงได้อีก ถึงขนาดโอบาม่าและฮิลลารี่ต้องออกแถลงการณ์ "ขอ" เครื่องบินคืนจากอิหร่านแบบนอบน้อม เสียหมาไหมละครับนั่น ใครจะโง่คืน แถมอิหร่านยังคิดจะเอาเครื่องบินที่เต็มไปด้วยข้อมูลลับสุดยอดของอเมริกา ไปต่อรองเอาผลประโยชน์จากรัสเซียกับจีนที่อยากจะมาถอดความลับเทคโนโลยีอเมริกันซะอีก

อเมริกาอยากทำสงครามเต็มทนแล้วครับ เพราะไม่รู้จะกอบกู้อำนาจทางเศรษฐกิจ(เงินดอลล่าร์)ของตัวเองยังไงแล้ว แต่ก็ต้องคิดหนัก เพราะหากลงทุนครั้งนี้เจ๊งอีก ก็หมายถึงความล่มสลายในทันที

Chalermkiat Khunthon… on December 16, 2011

ไม่ว่าจะผ่านไปกีปี กรอบการศึกษาการเมืองระหว่างประเทศก็ยังไม่เปลี่ยน เพราะทฤษฎีผลประโยชน์ของชาติก็ยังเอามาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรัฐได้อย่างดี ส่วนที่เป็นความร่วมมือแบบ Regionalism ก็เห็นจะเป็นเพียง International Drama เท่านั้น ใช่ไหมครับ? เหมือนกับ ASEAN ที่อยากจะเป็นอย่าง EU แต่ทุกอย่างแตกต่างจาก EU โดยสิ้นเชิง

**SAVE PANORAMIO**es… on December 18, 2011

A strange old temple, with many and many details, friend Ah-Pong, Very beautiful and interesting. LK n°5. Sawadee.Raffaele

Umapathy on December 25, 2011

Pong, thanks for uploading plenty of photos. I got great details about the area. Very interesting series indeed :).

ƤōƝƓ-undecided for n… on December 25, 2011

Raffaele

Umapathy

Thank you both a lot. Please continue to follow me through this temple. There are a lot more amazing stuff to pay close attention about Baphuon Temple.

Seasons Greetings from Thailand

Nikki.R on May 6, 2013

แอบอ่านคอมเมนท์ค่ะ
ปราสาทบาปวนกับการเมืองระหว่างประเทศ

ขอบคุณมากครับคุณนิกกี้

เผอิญช่วงนั้น ไทยกับกัมพูชามีเรื่องกันพอดีครับ น่าจะเป็นเรื่องคนไทยโดนจับไปมั้ง

« Previous12Next »

Sign up to comment. Sign in if you already did it.

Photo details

  • Uploaded on December 13, 2011
  • © All Rights Reserved
    by ƤōƝƓ-undecided for n…
    • Camera: Canon EOS 60D
    • Taken on 2011/12/11 11:42:55
    • Exposure: 0.025s (1/40)
    • Focal Length: 65.00mm
    • F/Stop: f/11.000
    • ISO Speed: ISO200
    • Exposure Bias: -0.33 EV
    • No flash

Groups